Leadership; Characteristics and style

Image

Characteristics and style of Leadership

วันนี้ ได้มีโอกาสฟังการบรรยายเรื่อง leadership จากอาจารย์สุขุม นวลสกุล

เมื่อพูดถึงนักบริหาร อาจมองได้เป็น 2 นัยยะ นัยยะแรก คือโดยตำแหน่ง อีกนัยหนึ่งคือ โดยพฤติกรรม ถ้าให้นึกถึงนายกรัฐมนตรี 28 คนที่ผ่านมา คนจะจำชื่อคนที่มีบทบาท มีความโดดเด่น ทั้งที่ชอบหรือไม่ชอบ ถ้าลองถามถึงนายกที่ดี เช่น อานันท์ ปันยารชุน 

ถ้าดูรายบุคคล ลองดู นายก เปรม ติณสูลานนท์ มีข้อโดดเด่น เช่น ใช้คนเป็น นิ่ง ไม่พูดมาก ซื่อสัตย์ นำความซื่อสัตย์มาเป็นหลักบริหาร นำคนซื่อสัตย์มาเป็นรัฐมนตรี เช่นสิทธิ์ จิรโรจน์, ชวน หลีกภัย

ดังนั้น ความซื่อสัตย์ ทำให้คนยอมรับได้ 

คนที่จะเป็นผู้นำ ต้องมีลักษณะเด่น

อีกตัวอย่างเช่น คุณอานันท์ ปันยารชุน เป็นคนที่มี vision แล้วสามารถถ่ายทอดให้คนอื่นเห็นตามได้

เจ้านาย หรือ ผู้นำ

เจ้านาย; นิตินัย ตามตำแหน่ง มีอำนาจ ลูกน้องเกรงกลัว

ผู้นำ; พฤตินัย อาจจะไม่มีตำแหน่ง เป็นที่ศรัทธาของผู้คน ได้รับความร่วมมือ

ถ้าเราเป็นนักบริหาร เราจะประสบความสำเร็จในการบริหาร ต้องรวมทั้งการเป็นเจ้านาย และ ผู้นำ ไว้ในคนเดียวกัน ตำแหน่งเป็นวุฒิบัตรในการทำงาน

Image

ให้เป็นเจ้านาย ที่มีรัศมีของผู้นำ ให้มีศรัทธา โดยเป็น แบบอย่าง คนดี ซื่อสัตย์ เสียสละ มีผลงาน มีวิสัยทัศน์ สร้างสรรค์ เด็ดขาด มุ่งมั่น ซึ่งลักษณะต่าง ๆ ก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่ยุคนี้ ควรจะต้องทั้งเก่ง ทั้งดี

นักบริหารรุ่นเก่า เป็นโรคกลัวล้มเหลว ไม่กล้าบอกว่าจะทำอะไร กลัวว่าทำไม่ได้แล้วคนเยาะเย้ย แสดงออกด้วยการพูดแบบวัดผลไม่ได้เช่น จะทำให้ดีที่สุด จะไม่ทำให้ผิดหวัง

นักบริหารรุ่นใหม่ รู้จิตวิทยาคนรุ่นใหม่ ชอบคนลุย ชอบคนสู้ ประกาศให้ชัดว่าจะทำอะไร ทำให้เต็มที่ ถึงไม่สำเร็จ ก็ไม่มีใครตำหนิ ได้ใจคน เหมือนที่คนไทยชอบเชียร์นักกีฬา วอลเล่ย์บอล นักมวย นักแบด มีแต่นักบอลโดนคนด่า!! เพราะไม่ถึงใจ นักการเมืองที่มาแนวนี้คือ คุณทักษิณ ชินวัตร ประกาศ เรื่องการจราจร เรื่องยาเสพติด สงครามความยากจน ถึงแม้ไม่เคยทำได้สำเร็จ แต่ได้นำหลักจิตวิทยามาใช้ คือมีความมุ่งมั่น ท้าทายตัวเอง จนตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้

ความมุ่งมั่น คือ การแสดงเจตนา โดยมีกำหนดเวลา ทำเพื่อส่วนรวม

ความซื่อสัตย์ มีเรื่องที่ต้องระวัง คือ เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน สองมาตรฐาน และความโปร่งใส เป็นผู้บริหารต้องระวังเรื่องผลประโยชน์ให้ได้ หรือ การได้รับผลประโยชน์อื่น ๆที่อาจทำให้คนเข้าใจผิด ต้องอธิบายได้ชัดเจน

เรื่องผลงาน ตัวอย่างคือ การจัดระเบียบสังคม ที่เห็นภาพได้ดี คือ คุณปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ผลงานเห็นได้ชัดเพราะเป็นคนแรกที่ทำ มีความริเริ่ม สร้าง brand สร้าง identity ของตัวเอง งานหนักอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีผลงานที่คนเห็นได้ด้วย คนจะมีผลงานได้ ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ ไอเดียเจ๋ง ตัวอย่างเช่น คุณสมัคร สุนทรเวช คนไม่ชอบแต่ก็เลือกผู้ว่าให้ เป็นผู้ว่าคนแรกที่ได้เกินล้าน  ไม่จำเป็นต้องเป็นไอเดียใหม่ถอดด้าม แต่คิดแบบนวัตกรรมเป็น คิดแบบต่อยอดเป็น

ความคิดสร้างสรรค์; มองโลกในแง่ดี  ชอบคิด มีข้อมูลความรู้  จินตนาการ ไม่อยู่กับอดีต      เปรียบเทียบ

วิสัยทัศน์ vision; มองการณ์ไกล ภาพที่จะเป็น (ถ้าไม่ทำอะไรเลยจะเกิดอะไรขึ้น) ภาพที่ควรจะเป็น ภาพที่น่าจะเป็น นักบริหารรุ่นเก่าจะคิดว่าลูกน้องจะต้องไม่เก่งกว่าเรา แต่รุ่นใหม่ ต้องรู้จักสร้างทีม สร้างคนอาจเก่งกว่าเราก็ได้ แต่เราต้องมีสร้างวิสัยทัศน์ และวางทิศทางว่าจะไปทางไหน

เสียสละ; เข้ามาเพื่อให้ เป็นที่พึ่งพาได้ จะทำให้คนมีศรัทธา ภาพคนทำงานบริหารต้องเป็นคนให้ จะมีบารมี ตัวอย่างเช่น บรรหาร ศิลปอาชา สร้างบารมีในเมืองสุพรรณ ถึงไม่มีเงิน ให้มีกึ๋น ก็ให้ความรู้ ในงาน ในการใช้ชีวิต เป็นที่พึ่งของใครๆได้ ต้องไม่หวงวิชา รู้จุดอ่อนของคนอื่น และคอยเสริมให้การช่วยเหลือคนอื่นๆ ด้วยความรู้ของเรา

ความเด็ดขาด; สมัยจอมพลสฤษดิ์ คนทำผิดถูกยิงเป้า กลางสาธารณะ เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง นอกจากความเด็ดขาด ยังมีวิสัยทัศน์สร้างมหาวิทยาลัยในต่างจังหวัด การตัดสินใจช้ากลายเป็นจุดอ่อนของนักบริหาร การตัดสินใจเร็วเป็นลักษณะของผู้นำ คนเราจะตัดสินใจได้เร็วต้องเป็นคนแม่นกฏระเบียบ ลดความเกรงใจกล้าตอบปฏิเสธ ไม่โอ้อวด

การวิเคราะห์การตัดสินใจ; วางพื้นฐานอยู่บนความถูกต้อง นักบริหารต้องยิ่งตัดสินใจข้ามความถนัดของเรามากขึ้นไปเรื่อย ๆ จึงต้องมีที่ปรึกษา ต้องรู้ว่าเรื่องแต่ละเรื่องในที่ทำงานควรคุยกับใคร คนไหนในที่ทำงานที่เชี่ยวชาญด้านไหน สิ่งที่ทำถูกต้องนั้น ต้องให้ถูกใจคนด้วย ถ้าถูกต้องและถูกใจไม่มีปัญหา ถ้าไม่ถูกใจคนต้องถูกจังหวะ นักบริหารไม่ควรจะตายเพื่อความถูกต้อง ต้องดูจังหวะให้ดี  จังหวะจะเปิดเมื่อคนเข้าใจ ต้องสื่อสารให้คนเข้าใจ บริหารเชิงรุก ไม่รอให้ถาม ชิงอธิบายเสียก่อน ประชาสัมพันธ์งานที่จะทำ ผู้บริหารยุคใหม่ต้องไม่กลัวคำถาม คนที่บอกว่าไม่เห็นด้วยคือคนที่ให้โอกาสเราได้อธิบายซ้ำ หน้าที่ของหัวหน้าคือทำให้คนเข้าใจ ไม่ใช่ทำให้คนพอใจ ถ้าเขาเข้าใจแต่เขาไม่เห็นด้วยก็ช่วยไม่ได้

แนวการบริหาร: แนวดั้งเดิมคือแนวปกครอง หัวหน้าไม่ต้องคำนึงว่าลูกน้องคิดอะไร ลูกน้องพร้อมจะเชื่อเรา สมัยจอมพล ป. เชื่อผู้นำ ชาติพ้นภัย แนวสุดท้ายคือแนวพัฒนา คือ ต้องมีการอธิบายให้เข้าใจเพื่อที่จะได้ร่วมทำงานกันเป็นทีม แนวเสรี คือ แนวที่หัวหน้าตัดสินใจ กำหนดเป้าหมาย แต่ให้ลูกน้องเสนอทางแก้ปัญหา การบริหารที่ดีต้องรู้จังหวะเวลาว่าในช่วงเวลาในจะใช้แนวทางการบริหารแบบใด ต้องรู้บุคคลว่ากำลังคุยกับใคร มีวิธีคุยวิธีใด แต่ธรรมชาติของคนจะถนัดการบริหารแนวใดแนวหนึ่ง ซึ่งทำให้เกิดปัญหาตามมาได้

การฟังเป็นเสน่ห์ของนักบริหารทำให้ได้ใจคน

การเป็นนักบริหารต้องอดทนฟัง ระหว่างฟังซักถามเรื่องที่เขาเล่าบ้าง

ศิลปะในการจูงใจคน; สิ่งที่นักบริหารในสมัยนี้ต้องมี เป็นคนมีฝีมือ รู้จักในการที่จะทำให้คนเห็นด้วยคล้อยตาม จะจูงใจคนได้ดีที่สุดคือผลประโยชน์ บอกให้คนรู้ เข้าใจว่าทำแล้วจะได้อะไร อีกเรื่องหนึ่งคือ มีเหตุผล ใช้เหตุผลดี ๆ คนจะไม่ปฏิเสธ ท้ายสุดคือ เรื่องอารมณ์ และบางทีอารมณ์อยู่เหนือเหตุผล การสร้างภาพลักษณ์และสร้างความน่าเชื่อถือและจูงใจคน ภาพลักษณ์เป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับการกระทำ การปฏิบัติของคนๆ นั้น ทุกสิ่งทุกการกระทำอยู่ในการมองเห็นของคน อย่าทำอะไรตามใจตัว ภาพลักษณ์ที่ดีมีผลต่อการจูงใจคนอื่นๆ

คนเป็นนักบริหารต้องใช้น้ำเสียงให้เป็น ฝึกศิลปะในการพูดเพื่อการโน้มน้าวจิตใจคน  ยิ่งในเวลาประชุมต้องมีการออกแบบ Theme ลีลาในการพูด  ปลุกใจ ขอความร่วมมือ กระตุ้น เป็นอาวุธ หรือพลังที่อยู่ในตัวเรา

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s