วิธีบริหาร strength ของตัวเองและทีม

ต่อจากตอนที่แล้ว ที่พูดถึงเรื่องของแบบทดสอบจุดแข็ง ที่เป็นพรสวรรค์ (Talent) ของแต่ละคน

talent

แต่ว่าส่วนที่เราเห็นพฤติกรรมของแต่ละคน จริงๆ แล้วไม่ได้มีที่มาจากพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว มีที่มาจาก 3 ส่วน ได้แก่

Value คุณค่าภายในของแต่ละคนที่เกิดจากการเรียนรู้ฝึกฝน
Believe ความเชื่อส่วนบุคคล ที่เป็นแนวทางในการใช้ชีวิต
talent พรสวรรค์พื้นฐานของแต่ละคน

จากแบบทดสอบ StrengthsFinder ไม่ใช่เพียงแค่เพื่อรู้ผลว่าแต่ละคนเป็นอย่างไร
แต่ที่สำคัญคือวิธีการนำไปใช้ คือ จะบริหารจัดการกับ talent ที่เป็นลักษณะของเราได้อย่างไร รวมถึงถ้ารู้ว่าคนอื่นมี talent แบบไหน เราจะมีวิธีในการรับมือหรือจัดการอย่างไรเพื่อให้การทำงานของเรามีประสิทธิภาพที่สุด

ตัวอย่างผลที่หมอหมีได้ คือ

Achiever
ผู้สร้างความสำเร็จ จะทำงานหนัก มีความอดทนสูง มีความสุขกับการที่ได้ทำสิ่งต่างๆตลอดเวลา และสร้างสรรค์ผลงานอยู่เสมอ

Strategic
เจ้ากลยุทธ์จะสร้างสรรค์วิธีการใหม่ๆในการเดินรุดหน้า เมื่อต้องทำโครงการใดก็ตาม จะสามารถมองเห็นรูปแบบและปัญหาที่เกี่ยวข้องได้ทันที ค้นหาทางออกที่ดีที่สุด

Input
อยากรู้อยากเห็น ชอบซักถาม ชอบสะสมความรู้เรื่องราวต่างๆ เรียนรู้ข้อมูลใหม่ๆ ชอบการอ่านเพื่อเก็บข้อมูลเพิ่มเติม

Individualization
สนอกสนใจคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัวต่างๆ ของแต่ละบุคคล มองเห็นประสบการณ์ที่ต่างกันของแต่ละคน ใส่ใจรับฟังและซึมซับเรื่องราวชีวิตของแต่ละคน ทำให้สร้างทีมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แบ่งหน้าที่ของสมาชิกในทีมให้ได้เป็นอย่างดี

Ideation
ความคิดทั้งหลายทำให้คุณสนอกสนใจ ความคิดคือการอธิบายเรื่อวความสัมพันธ์ของเหตุการณ์ทั้งหลายที่ดีที่สุด สามารถนำความคิดธรรมดา ๆ มาอธิบายสาเหตุที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ผูกโยงเหตุการณ์ด้วยความคิดคือมุมมองใหม่ มองโลกจากแง่มุมที่แตกต่างออกไป

เมื่อเรารู้ talent ของเราแล้วรู้ keyword ที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวเอง ทำให้รู้จักตัวเองและเคารพตัวเองมากขึ้น
ยอมรับว่าผู้อื่นก็มีจุดที่ดีกว่าเรา เข้าใจสิ่งที่คนอื่นเป็น เพราะเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน

เพื่อที่จะเป็นผู้นำที่ดี เราเรียนรู้ว่า Great leader ผู้นำที่ดี จะนำทีมโดย

ส่งเสริมจุดแข็ง และ ช่วยเหลือจุดอ่อน

ส่งเสริมจุดแข็ง

มีวิจัยนึงที่ทำการสัมภาษณ์ผู้จัดการ 80,000 คน ในจำนวนนี้พบว่าผู้จัดการที่เก่งมากซึ่งมีประมาณ 20,000 คน จะมีคุณสมบัติคือ
ชอบแหก”กฏทอง”ที่ว่า จงปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างที่เราอยากให้คนอื่นปฏิบัติกับเรา
แต่เปลี่ยนเป็น จงปฏิบัติกับผู้อื่นอย่างที่เขาต้องการให้ปฏิบัติ

ในการทำงานเป็นทีมก็เช่นเดียวกัน ให้รู้ว่าคนในทีมมีลักษณะแบบไหน เพื่อเลือกวิธีการในการปฏิบัติตัวกับคนแต่ละประเภทอย่างเหมาะสม

ช่วยเหลือจุดอ่อน

จุดอ่อนคืดสิ่งที่ไม่ถนัด ถ้าเป็นแนวคิดแบบเดิม ๆ หลายองค์กรจะไปเน้นแต่การที่จะพัฒนาจุดอ่อน โดยหวังว่าจะให้จุดอ่อนนั้นดีขึ้นมาอย่างโดดเด่น แต่แนวที่ดีกว่าคือเข้าไปช่วยเหลือเพื่อป้องกันไม่ให้เกิความเสียหายจากจุดอ่อนนั้น หรือให้ดีในระดับที่พอรับได้ แต่ก็อย่าไปคาดหวังว่าจะดีเลิศด้านนี้เนื่องเพราะพรสวรรค์ของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน และให้เน้นพัฒนาที่จุดแข็งและทำให้มีความสม่ำเสมอเหนือกว่ามาตรฐาน

มี5 วิธีที่จะช่วยเหลือจุดอ่อนให้ดีขึ้น

1.หาทางทำให้ดีขึ้นเท่าที่ทำได้ เช่น training
2.หาระบบที่จะมาสนับสนุน
3.หาpartner ที่มีมีจุดแข็งทางด้านนี้
4.ใช้พรสวรรค์ที่เด่นกลบ
5.เลิกงานด้านนี้ไปเลย

อย่าลืมว่า จุดแข็ง มาจาก ความรู้ + ทักษะ + พรสวรรค์
ในทีม ให้รู้ลักษณะแต่ละคน และ เสริมทักษะ กับความรู้ ให้เหมาะกับงานของแต่ละคนในทีม

Self consciousness of my talents.
ในบางครั้งเราต้องระวังว่าในบางสถานการณ์ พรสวรรค์ของเราไม่เหมาะในสถานการณ์นั้นๆ
เช่นบางคนมี empathy สูง ถ้าถึงเวลาต้องลงโทษคนทำผิดก็ต้องทำ

สรุป
1.ปลดปล่อยศักยภาพของแต่ละคน
2. Mentoring / coaching
3. เข้าใจและเรียนรู้ที่จะใช้จุดแข็งของสมาชิกในทีม

วันนี้จบเรื่อง strength ไว้แค่นี้ สัปดาห์หน้า class ต่อไปจะมาเล่าใหม่ว่า ได้เรียนอะไรบ้าง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s